"Smart Home เพื่อวัยเกษียณ" เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุด้วยบ้านอยู่สบายและปลอดภัย มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิด ทุกอย่างจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
Smart Home : Smart Monitoring ผู้ช่วยดูแลความปลอดภัย
หัวใจของบ้านอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุคือการ “รับรู้และตอบสนอง” ได้ทันท่วงที ซึ่งทำได้ผ่านกลุ่มเทคโนโลยีตรวจจับและเฝ้าระวัง ดังนี้
- เซ็นเซอร์การเคลื่อนไหว (Motion Sensor) ช่วยให้ไฟเปิดเฉพาะเมื่อมีคนเดินผ่าน และปิดเมื่อไม่มีคนอยู่ ช่วยทั้งประหยัดพลังงานและลดอุบัติเหตุในจุดอับแสง โดยเฉพาะทางเดินและห้องน้ำตอนกลางคืน ผู้สูงอายุไม่ต้องเสี่ยงสะดุ้งหรือลื่นล้มจากการเดินในที่มืดอีกต่อไป
- การเฝ้าระวังผ่านกล้องอัจฉริยะ (Smart Camera) กล้องสามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi หรือเครือข่าย 4G/5G ส่งภาพเรียลไทม์ไปยังสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต บันทึกวิดีโอคุณภาพสูง เก็บข้อมูลบนการ์ดหรือคลาวด์ และที่สำคัญคือผสาน AI วิเคราะห์ภาพ แยกแยะคน สัตว์ หรือยานพาหนะ กำหนดโซนตรวจจับเฉพาะจุด และส่งการแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ กล้องหลายรุ่นมีไมโครโฟนและลำโพงในตัว ทำให้สื่อสารกับคนที่อยู่หลังกล้องได้
- วิดีโออินเตอร์คอม (Video Intercom) จอแสดงผลในบ้านทำให้ เห็น-คุย-ตัดสินใจก่อนเปิดประตู บางระบบสามารถบันทึกวิดีโอของผู้มาเยือนได้ด้วย และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเพื่อดูและตอบได้แม้อยู่นอกบ้าน ลดความเสี่ยงเมื่อผู้สูงอายุอาศัยลำพัง
- สมาร์ทดอร์ล็อก (Smart Door Lock) กลอนประตูดิจิทัลปลดล็อคด้วยรหัส คีย์การ์ด สแกนนิ้ว หรือผ่านแอปบนมือถือ และมีสัญญาณเตือนหากถูกงัดแงะ ลดปัญหาลืมกุญแจหรือหายกลางทาง และช่วยให้ผู้ดูแลปลดล็อกให้จากระยะไกลได้ในกรณีจำเป็น
- การแจ้งเหตุและดูแลกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลื่นล้ม หรืออาการโรคประจำตัวกำเริบ ระบบสามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลอย่างทันท่วงที ทำให้เวลาตอบสนองสั้นลง
เชื่อมต่อสุขภาพให้เข้ากับการใช้ชีวิตในบ้านด้วย Health Tech
ความก้าวหน้าที่จับต้องได้อีกด้านคือการจัดการสุขภาพให้เข้ากับวิถีชีวิตในบ้าน ผ่านซอฟต์แวร์จัดการข้อมูลทางการแพทย์ (Medical Manager) และอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพที่ใช้งานในบ้านได้จริง
- ซอฟต์แวร์/แอปจัดการสุขภาพ (Medical Manager) ผู้ช่วยเตือนกินยา แจ้งเตือนนัดหมายแพทย์ และยังช่วยจัดเก็บผลตรวจสุขภาพด้วย เช่น ผลเลือด ผลเอกซเรย์ หรือบันทึกความคืบหน้าการรักษาฟังก์ชันเตือนตรงเวลา
- อุปกรณ์สุขภาพและเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวข้อง การใช้อุปกรณ์ติดตามกิจกรรม วัดชีพจร หรือระดับออกซิเจนในเลือด เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพผู้สูงอายุ หากมีเหตุการณ์ผิดปกติระบบสามารถส่งสัญญาณไปยังผู้ดูแลเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที
Voice Control & IoT ช่วยให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้
ระบบสั่งงานด้วยเสียง (Smart Speaker) คือระบบที่ทำให้ผู้สูงอายุควบคุมทุกอย่างพูดได้ด้วยภาษาที่คุ้นปาก เช่น เปิดไฟห้องครัว ปรับแอร์ 26 องศา เปิดทีวีช่องข่าว หรือ โทรหาลูกสาว เมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในบ้านที่ถูกยกระดับเป็น Smart Device ตั้งแต่ไฟ แอร์ โทรทัศน์ ไปจนถึงม่าน หน้าต่าง และประตู ผู้สูงอายุจะสั่งงานจากที่ที่ตัวเองอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินไปหาอุปกรณ์ นอกจากนี้ Home Automation ยังให้ตั้งกติกาอัตโนมัติได้ เช่น เมื่อมีคนเดินผ่านทางเดิน ให้ไฟสว่างขึ้นเอง หรือ เมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง ให้ไฟและเครื่องปรับอากาศปิด
นอกจาบ้านที่ดีไม่ใช่แค่ปลอดภัย แต่ต้อง “เป็นมิตร” ต่อความรู้สึกด้วย เทคโนโลยีสื่อสารที่ใช้ง่ายช่วยลดความโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุ และเพิ่มการมีส่วนร่วมกับครอบครัวและสังคม
เมื่อระบบบ้านอัจฉริยะตั้งค่าการใช้งานให้เรียบง่าย ผู้สูงอายุสามารถวิดีโอคอลกับลูกหลานแชร์ภาพกิจกรรม หรือเข้าร่วมกลุ่มสนทนาออนไลน์ได้สะดวกขึ้น วงสังคมที่กว้างขึ้นส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพใจ และแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง
รวมถึงการมีระบบเฝ้าระวังอัตโนมัติ การแจ้งเตือนเหตุผิดปกติ และการปิดอุปกรณ์อัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน ทั้งหมดนี้แบ่งเบาภาระการเฝ้าระวังให้ผู้ดูแลบริหารเวลาได้ดีขึ้น และยังมั่นใจได้ว่าบ้านกำลังช่วยดูแลร่วมตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มา
บทความที่เกี่ยวข้อง